(067)*+กิ่วแม่ปาน ไปเดินด้วยกันไหม+*
แต้มสีดีขึ้นแล้ว
ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงค่ะ
เกล็ดเลือด จาก 2 หน่วยเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
วันเสาร์ที่ผ่านมา เกล็ดเลือดเพิ่มเป็น 158 หน่วย
คุณหมอชมว่าฟื้นตัวได้เร็ว ...เราก็เบาใจ
แค่เพิ่มเกล็ดเลือดอีก 1,842 หน่วย ก็จะเป็นปกติ
โอวว..ว...ว

แต่ผลตรวจเบื้องต้น พบว่าแต้มสีมีเสียงหัวใจเต้นไม่ค่อยปกติ
วันนี้ (วันอังคาร) จะมีหมอจบด้านหัวใจจากเยอรมันมาประจำที่รพ.
คุณหลวงเตรียมตัวพาหมาเทพไปพบหมอเทวดา
ได้ความอย่างไร จะมาแจ้งอีกครั้ง
***************************************
วันหยุดไปเดินป่า
งานยุ่งดีนัก หนักสมองก็ต้องหาเรื่องออกกำลังเสียหน่อย
ไปชาร์จแบตในหัวใจให้เต็มเปี่ยม
เดินทางด้วยรถตู้ บรรทุกฝูงชนฝ่ายญาติสวามีดังนี้
แม่แดง (ป้าที่เลี้ยงพี่กฏ)
V
V

พี่ยุ้ย + พี่หยก (ลูกแม่แดง)
V
V

น้องกานต์ (รุ่นน้องพี่ยุ้ย) และสามี (สามีเจ้าของได ไม่ใช่สามีน้องกานต์)
V
V

และตัวอิฉัน กับ มานี (พาไปทำไม)
V
V

V
V
เป้าหมายแรก คือดอยอินทนนท์

เนื่องจากไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว
คนจึงบางตามาก ๆ (ดี ...ชอบ)

อากาศเย็นนิด ๆ 15 องศา ใส่เสื้อแขนยาวทับก็เอาอยู่

แม้วคิดถึงบ้าน
จึงเขียนจดหมายจากบนดอยฯ ไปหาแม่ที่บ้านนอก กร๊ากกกก
ไปรษณียบัตรหนึ่งเดียวในโลก ราคา 5 บาท
จะมีตราประทับให้โดยเฉพาะ
V
V

ไม่มีอะไรให้เขียนถึงมากนัก
คนเชียงใหม่มาดอยอินทนนท์ ....ก็เหมือนคนกรุงเดินพารากอน
ไม่ตื่นเต้นใด ๆ (แต่เอากล้องมา 4 ตัว)

เป้าหมายที่สอง เป้าหมายหลัก
เดินป่า
เนื่องจากแม่แดง จะไปเดินกำแพงเมืองจีน
ท่านจึงต้องการซ้อมใหญ่ ในที่อากาศเบาบาง ชัน และไกล
ที่นี่จึงตรงตามสเปคทุกประการ
v
V

กิ่วแม่ปาน
เส้นทางเดิน เกือบ 4 กิโล ขึ้นเขา-ลงห้วย-ทางราบ ครบฟังก์ชั่น
ที่นี่ ไม่อนุญาตให้เดินกันเอง
ต้องมีไกด์ ซึ่งเป็นคนในชุมชน ที่ผ่านการรับรองจากอุทยาน
เป็นผู้นำทาง และให้ความรู้ ที่นี่มีไกด์ทั้งหมด 58 คน ผลัดกันทำหน้าที่
ค่าตัวไกด์ 200 บาท ต่อกรุ๊ปทัวร์ 1 กลุ่ม (กลุ่มละไม่เกิน 10 คน)

มีจุดพัก ทั้งหมด 10-11 ฐาน

สอบถามสถิติการเดิน
กลุ่มที่เดินเร็วที่สุด ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 4 นาที
เป็นฝรั่ง ขายาว และไม่ค่อยพักดูอะไร (แล้วมันถ่อมาเดิน....เพื่ออะไร?)
ช้าที่สุด ใช้เวลา 6 ชั่วโมง
เปล่าค่ะ เค้าไม่ได้คลานเข้าไป
ไกด์บอกว่า..กลุ่มเค้ามาส่องนก ส่องเลียงผากัน จึงใช้เวลานิดนึง
ไกด์ต้องเอาเกมส์บอยไปนั่งเล่นฆ่าเวลา <=อันนี้ไกด์ไม่ได้บอก อิฉันมั่ว ๆเอาเอง
......................
..................
........
...
เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ได้เดินป่า อย่างเป็นกิจลักษณะ
น้องไกด์ของกลุ่มเรา อายุ 23 ปี
ชื่อไพบูรณ์ หรือไพฑูรย์ อะไรสักอย่าง

ในที่นี้ขอเรียกเล่น ๆ ว่า พี่ปั่น เพราะชื่อคล้องกับนักร้องรุ่นเดอะ
(ไพบูรย์ เกียรติเขียวแก้ว) <=ถ้ารู้จัก ...แปลว่าแก่ใช้ได้

พี่ปั่น (ที่จริง ๆ อายุน้อยที่สุดในกลุ่ม) เป็นไกด์ที่น่ารักมาก ให้สิบเต็มสิบ
เพราะไม่ใช่แค่เอาส้นตีนนำแล้วให้อ้ายอีที่เหลือเดินตามตูดให้เสร็จ ๆไป
พี่ปั่นเห็นแม่แดง ค่อนข้างสูงอายุ
จึงมอบไม้กายสิทธิ์ให้ เอาไว้เป็นไม้เท้า
(ซึ่งต่อมาภายหลัง... ทุกคนล้วนอยากได้ไม้กายสิทธิ์เป็นของตัวเองบ้าง ดีที่หักห้ามใจได้)
พี่ปั่นเดินช้า ๆ ให้ลุงป้าต้วมเตี้ยมแบบไม่หนักหนาเกินกำลัง
ไม่ออกอาการหงุดหงิด เมื่อกลุ่มสูงอายุนั่งพักตามฐานนาน ๆ

แถมยังให้ความรู้เกี่ยวกับป่าเยอะมาก ทั้งระหว่างเดินและระหว่างพัก
อาจมีเงอะงะประหม่าบ้างนิดหน่อย แต่พี่ปั่นใส่ใจทุกคำพูดที่พูด
โดยพูดออกมาจากใจ จากความรู้สึก จากประสบการณ์ที่คุลกคลีผูกพันอยู่กับป่านี้
ไม่ใช่พูดเป็นนกแก้วนกขุนทองเหมือนไกด์ทัวร์บางคน

สังเกตว่า พี่ปั่นจะคอยดูจังหวะ
พูดไม่มากเกิน ไม่น้อยเกิน
ช่วงที่เราพูดไม่ออก (เหนื่อยจนเหงือกพะเงิบ) พี่ปั่นจะเป็นคนพูดเรื่องป่าให้ฟังเพลิน ๆ
และพอเราเริ่มมีแรง พี่ปั่นจะหยุดพูด ทำตัวกลืนไปกับป่า
เพื่อให้เราได้คุยกันอย่างออกอรรถรส โดยไม่รู้สึกอึดอัด
(อดีตเคยเจอไกด์พล่ามไม่หยุด จนอยากจ้างให้หุบปากแล้วไปไกล ๆ )

และทุกคำถามที่พวกเราถามพี่ปั่น ..พี่ปั่นตอบได้หมด ชัดเจนและเข้าใจง่าย
สมกับที่เป็นคนในชุมชน รู้ลึกรู้จริง ทีวีพูล

ระหว่างทาง พี่ปั่นจะชี้ชักชวนดูสิ่งที่น่าสนใจ
ซึ่งถ้าเราดุ่ย ๆ มากันเอง ฝันไปเถอะว่าจะรู้จะเห็น
อันนี้รอยอุ้งตีนหมี (ฝนเล็บ) รอยอยู่สูงเหนือหัวอีก
และเห็ดตระกูลหลินจือ ใหญ่มากกกกก กว่าจะโตขนาดนี้
V
V

พี่ปั่นชี้ให้ดูโคนเห็ดอีกต้น บอกว่าอดีต...ต้นนี้เคยใหญ่พอกัน แต่โดนมือดีที่ละเมิดกฏแห่งป่ามาฉีกไป
คงเพราะรู้ว่าเป็นยาได้ (ได้แต่อวยพรให้กินแล้วหายจากโรค แต่ท้องร่วงตายในเวลาต่อมา)
ส่วนนี่ ...รอยกวางลับเขา
V
V

อันนี้กิ๊บเก๋สุด รากไม้ที่พี่ปั่นเอาลูกไม้มาวางแปะเป็นลูกตา ...อารมณ์ศิลปิน
หนอนจัมโบ้
V
v

ออกจากป่าช่วงแรกจะมาเจอทุ่งหญ้ากึ่งอัลไพน์
V
V


พี่ปั่นบอกว่า ชั้นดินตื้น ต้นไม้ใหญ่จึงไม่ขึ้น

ผาลาดนี้ เคยมีเลียงผามาปีนป่าย
แต่หลายปีก่อน ตอนที่ยังไม่มีการกำหนดให้มีไกด์นำทาง
ลานกว้างจึงถูกใช้ตั้งเต๊นท์ กินเหล้า ส่งเสียงดัง ขยะเกลื่อนกลาด ถุงพลาสติกปลิวไสว
เลียงผาก็กลัวจนย้ายที่อยู่ไปเกือบหมด
ฮึ่ย... เซงพวกคนไม่รับผิดชอบ
-*-

ส่วนโซนนี้ เมื่อก่อนมีกุหลาบพันปีบานสะพรั่งทั้งลาน
แต่หลายปีก่อน มีน.ศ.มาเดินกันเอง
แล้วโยนขี้บุหรี่ทิ้ง ผลคือ วอดทั้งลานเป็นไร่ ๆ
กุหลาบพันปีตอนนี้งอกใหม่ได้ต้นเท่าผักชี
ฮ่วย !!... เซงว้อย
ยังดี ที่มีเหลือรอดอยู่บ้างในโซนต่อมา พอให้ได้ชื่นชม



อากาศเย็นสบาย ถึงจะมีแดดก็ไม่ร้อน
มันรู้สึกดีจริง ๆนะ อยากบอก
ระหว่างทาง พี่ปั่นจะคอยเตือนในจุดที่ควรระวังเสมอ
เช่นมีตอตรงนี้ ...ส่วนตรงนี้ใบไม้เยอะ ระวังลื่น
....ตรงนี้ให้ค่อย ๆเดิน เพราะลึกเป็นกิโล ตกลงไปแล้วแก้ตัวใหม่ไม่ได้ ฯลฯ

อยากได้แฟนแบบนี้จริง ๆ เทคแคร์ดูแลเอาใจใส่
พี่ปั่นบอกว่า ไม่เคยมีใครเสียชีวิตจากการเดินป่าที่นี่
อย่างมากก็เจ็บตัว-เจ็บป่วยเล็กน้อย ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่มาหามหรือพยุงออกไป
เจ้าของไดต้องผวาสามีที่เดินปิดท้ายเป็นระยะ ๆ
กลัวพี่ท่านจะคิดได้ว่า.. ควรถีบเราลงเหว ...เป็นรายแรก

พี่ปั่นพากลุ่มเราขึ้นไปบนยอด ๆ
มองลงไปจะเห็นพระธาตุที่อยู่ต่ำกว่าดอยอินทนนท์นิดนึง จำชื่อไม่ได้

ซึ่งแรกสุดก่อนเข้าป่า ทุกคนตัดสินใจว่าเดินป่าเสร็จ จะไปเดินขึ้นพระธาตุกัน
...........
แต่ตอนนี้ ทุกคนก้มมองน่องเต้นและขาที่สั่นระริก ๆ ของตัวเอง
ก็กลับลำโดยพร้อมเพรียง เราดูพระธาตุจากตรงนี้ก็พอเนอะ ฮา....
จากบนยอด ก็เดินกลับเข้าป่าอีกครั้ง



และถึงทางออกจนได้
ขอไชโยโห่ฮาในความสามารถของตนเอง 20%
ที่เหลืออีก 80% ....ขอยกความดีความชอบให้พี่ปั่น
ใช้เวลาเดิน 2 ชั่วโมงครึ่ง
(ไม่รู้ว่าจะเป็นสถิติรองบ๊วยจากลุ่มส่องนกรึเปล่า เอิ๊กกกก...)
กลุ่มของเรา เป็นกลุ่มที่ 4 ที่เดินป่า และเป็นกลุ่มสุดท้ายของวันนี้
พี่ปั่นขอให้ตัวแทนหนึ่งคน เขียนคอมเม้นท์ลงในสมุดเยี่ยมตามธรรมเนียม
แน่นอนว่าพี่ยุ้ย ตัวแทนของเราเขียนชื่นชมใหญ่ อยากให้โลกรู้ว่า ที่นี่และพี่ปั่นยอดเยี่ยมจริง ๆ
เงิน 200 บาทนี้ ไม่ได้เข้าส่วนราชการ
แต่ส่วนหนึ่งจะเป็นรายได้ส่วนตัวของไกด์
และอีกส่วนจะถูกปันไปใช้ในการพัฒนาชุมชน เช่นสร้างโรงเรียน
เป็นสองร้อยบาทแลกสองชั่วโมงกว่า ๆ ที่คุ้มค่ามากมาย
กลุ่มทัวร์คลานไปที่รถตู้ ไปแวะสถานีเกษตรหลวงแว็บนึง
ไม่มีอะไรมากนัก เลยไม่ค่อยถ่ายรูปมา
ที่นั่นมีหงส์ดำด้วย 1 คู่ มีป้ายแจ้งว่าป้าเบิร์ด ธงไชย มอบให้โครงการหลวง
มีนักท่องที่ยวแถวนั้นพึมพัม ๆว่า ขึ้นป้ายเอาหน้า
แต่ส่วนตัวคิดว่า ...ถ้าแย่งกันเอาหน้าในเรื่องดี ๆ ก็ทำกันไปเถอะ ไม่ถือ
เค้าได้หน้า ประเทศชาติได้ประโยชน์ ไม่เสียหาย
ดีกว่าอยู่เฉย ๆไม่ทำอะไร

แล้วนั่งไปที่น้ำตกวชิรธาร ซึ่งอยู่ต่ำลงมา
โดยน้ำตกนี้ อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 800 เมตร
V
V

กินข้าว อย่างเอร็ดอร่อย แล้วนั่งพัก เอาเท้าแช่น้ำเย็น ๆ อะโรม่าทรพี อิอิ


ก่อนกลับสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ และไปสลบเหมือดที่บ้านในเวลาต่อมา

จากการเดินทางครั้งนี้ ได้มีคำถามเกิดขึ้นในใจว่า
1.สถานที่ท่องเที่ยวดี ๆ ในไทย ทำไมหลายแห่งยังอ่อนประชาสัมพันธ์?
2.พวกที่ชอบสร้างความเดือดร้อนให้ป่า ทุกวันนี้มันจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอยู่ไหม?
3.คนที่รักชุมชนแบบพี่ปั่น จะเหลืออีกเยอะแค่ไหน? (หรือไปทำงานที่อื่นหมดแล้ว)
4.เอามานีไปทำไม? เอาไปก็ไม่ค่อยควักมาถ่ายรูป ...เอาไปให้หนักเป้ซะอย่างนั้น
5.ถ่ายรูปป่าสองร้อยกว่ารูป กลับบ้านถ่ายรูปสองน้ำอีกห้าสิบกว่ารูป จะอัพไดอย่างไรดี?
(สองข้อสุดท้าย ไร้สาระโดยสิ้นเชิง)
กลัวคนคิดถึงสองน้ำ
เลยเอารูปมาแปะ 1 ใบ อิอิ
ไม่รู้ยิ่งยั่วให้คิดถึงเข้าไปอีกหรือเปล่า?
V
V

|