(078)*+ร.ล.จักรีนฤเบศร...ผู้ยิ่งใหญ่+*
อัพอย่างต่อเนื่อง
เมื่อวานจบแบบทำร้ายจิตใจคนอ่าน วันนี้เลยมาต่อให้ค่ะ
เช้าวันต่อมา (8 พ.ค.51)
ยายอุไร-แม่เอก-หลานกัน-หลานกาย-น้าโอ๊ะ และน้ากฏ
เตรียมตัวออกเดินทางไปสัตหีบ
โดยจะนัดเจอกับป้าเอ๋ และลุงนาท หลังลงจากมอเตอร์เวย์

แม่เอกผู้เก๋าเกมในเมืองกรุง
พยายามหลอกล่อแม้วให้งงงวยกับเส้นทางเมืองหลวง ด้วยการขับรถวกวนไปมา
บอกจะขึ้นมอเตอร์เวย์ ก็เข้าไปช่องเดียวแล้วหลุดออกมา
จากนั้นบอกจะกลับเข้ามอเตอร์เวย์ใหม่ ก็เข้าไปไม่ได้อีก
สุดท้ายบอกว่าจะไปเส้นทางธรรมดา คราวนี้กลับขึ้นมอเตอร์เวย์ใหม่ได้หน้าตาเฉย
ทำไมซับซ้อนอย่างนี้นะ
แม้วคงใช้ชีวิตที่นี่ไม่ได้แน่นอน เพราะขนาดเมืองเชียงใหม่เล็กจิ๊ดเดียว อิฉันยังหลงทิศเป็นประจำ
การพยายามวนไปวนมาของเอก (หลงทางนั่นแหล่ะ)
ทำให้เสียเวลาไปครึ่งค่อนชั่วโมง
แม่เอกรีบโทร.หาป้าเอ๋ ด้วยความเป็นห่วงว่าป้าเอ๋กับลุงนาทจะรอ (และอยากถามทางด้วย)
คำตอบคือ ป้าเอ๋ ยังไม่ออกจากบ้านเลย
ดีนะเนี่ยที่หลงทางฆ่าเวลามาก่อน ฮา....
มาถึงจุดนัดพบที่ร้านกาแฟตอนเที่ยง
ป้าเอ๋กับลุงนาทก็ยังไม่มา
ที่นั่นมีสวนสวย จึงนั่งพักผ่อน ถ่ายรูปเด็ก ๆ ตามอัธยาศัย

นังสองตัวนี่เม้าธ์ได้ไม่สิ้นสุดจริง ๆ

ยี่สิบนาทีต่อมา ลุงนาทก็ปรากฏตัวพร้อมป้าเอ๋ที่มีอาการเดี้ยง
สืบเนื่องจากข้อเท้าพลิก เดินโด๊ะ ๆมา
ตอนนี้กลุ่มเราใหญ่ขึ้นแล้ว
ฟอร์มทีมใหม่เป็น 8 คน
ได้แก่
-หญิงชราหัวใจไม่แพ้ 1 คน (ยายอุไร)
-ชายฉกรรจ์ 2 คน (ลุงนาท และ น้ากฏ) ซึ่งจะสดชื่นกว่านี้ถ้าไม่ได้พาสัมภาระที่เรียกว่าเมียมาด้วย
-หญิงวัยกลางคน 3 คน คนหนึ่งออกลูกเป็นลิง (แม่เอก) อีกคนพิการที่ขาชั่วคราว (ป้าเอ๋)
และคนสุดท้าย...พิการทางสมอง..วัยกลับถาวร (น้าโอ๊ะ)
-ลิงในคราบเด็กมนุษย์ 2 ตน (หลานกัน และ หลานกาย)
ดรีมทีมแท้ ๆ
*****************************************************
จากนั้นลุงนาท ขับรถนำทางพวกเราไปที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี


ที่แรกที่ไปคือ
เรือรบหลวงจักรีนฤเบศร (ร.ล.จักรีนฤเบศร)

......ใช่ซะเมื่อไหร่
โผล่ไปผิดที่ค่ะ
โผล่มาเขตทหารไม่รู้เนื้อรู้ตัว

เลยได้ส่องกล้องจากรถ ถ่ายรูปเรืออะไรของใครก็ไม่รู้ 555+
ดีที่ไม่โดนจับ
เห็นแม่เอก ไม่สนใจลูกเลยนาทีนั้น
เอาแต่ยิงภาพทหารหนุ่มตาน้ำข้าว ที่กวักรถลุงนาทไว้
ทำไมเอกไม่ปันรูปฝรั่งแมน ๆ มาให้พี่น้องชาวไดดูเลยล่ะเนี่ย
.....................
.........
..
.
เอาล่ะ...ในที่สุดก็มาถูกที่เสียที ตอนบ่ายแก่ ๆ


ที่เรือนี่ สิ่งมีชีวิตที่จะเข้าไปด้านในได้
แค่เป็น คน ไม่พอ.... คุณต้องเป็นคน ไทย เท่านั้นอีกด้วย


นับเป็นวาสนา ที่ลุงนาท มีญาติ (น้าชาญ) เป็นทหารค่อนข้างมียศนิดนึง
เราจึง V.I.P เล็กน้อย
น้าชาญ จัดพี่ทหาร(จริง ๆ เป็นน้อง ..แต่เรียกให้เท่) พาพวกเราเข้าไปดูภายในตัวเรือด้วยเป็นกรณีพิเศษ
8 สมาชิกจึงได้เข้าห้องรับรอง ดูวิดีทัศน์กับฟังบรรยาย นานประมาณ 10-15 นาที
ขอบอกว่า... ไม่น่าเบื่อเลยสักนิด แต่ฟังแล้ว คึก ฮึกเหิม รักชาติขึ้นมาในทันใด
หลังการบรรยาย พี่ทหารเปิดโอกาสให้พวกเราได้ซักถาม
ซึ่งก็ไม่มีใครเหนียม ยิงคำถามใส่พี่เค้าไปเป็นชุด ๆ
ทั้งคำถามทั่วไป และคำถามเชิงลึก
มีเพียงหนึ่งคำถาม จากยายอุไร ที่พี่ทหารไม่สามารถบอกได้ ด้วยว่าเป็นความลับทางการทหาร
นอกเหนือจากนั้น พี่ทหารตอบให้ทั้งหมด
ทั้งเชิงวิศวกรรม ถามโดยยายอุไร ที่ขณะนั้น เลือด (อดีต) รศ.ฟิสิกส์เดือดพล่าน
และเชิงการปฏิบัติงาน วิชั่น มิชชั่น ทั่วไป ที่ถามโดยหนุ่มสาวชาวกรุงกับแม้วเชียงใหม่
พี่ทหารเล่าถึงการปฏิบัติหน้าที่ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ประกอบกับแววตาที่มุ่งมั่น....เป็นการยืนยัน ถึงความตั้งใจ
เราคนฟัง ฟังไปก็รู้สึกหัวใจมันพองโตยังไงไม่รู้
จากนั้น พี่ทหารเดินนำเราไปดูภายในเรือ
ได้ถ่ายรูปด้านในเรือมาด้วย
มีรพ. อยู่ภายในเรือด้วยค่ะ
V
V

มีห้องผ่าตัด

ห้องเอ๊กเรย์

ห้องทันตกรรม

ห้องพักผู้ป่วย

ที่เด็ดสุด
ได้เข้าไปถึงห้องบัญชาการเลย ใจเต้นตึกตัก
มีทั้งส่วนบัญชาการเรือ

และส่วนควบคุมฝูงบินรบ

จากการพูดคุยกับพี่ทหาร
ปัจจุบัน ร.ล. จักรีนฤเบศร มีท่าน จุดจุดจุด เป็นผบ. (กัปตัน)
เรือลำนี้ มีน้ำหนัก จุดจุดจุด ตัน
ใช้ จุดจุดจุด เป็นพลังงานในการขับเคลื่อน ด้วยระบบ จุดจุดจุด อันเยี่ยมยอด
โดยปกติ จะมีทหารเรือประมาณ จุดจุดจุด คน ประจำการ
เยอะมากกกก
และกรณีเกิดภัยพิบัติ หรือ สงคราม
ยังสามารถนำผู้ประสบภัยขึ้นเรือ ได้มากถึง จุดจุดจุด คน
เยอะโคตร
ที่สำคัญ สามารถออกทะเลโดยไม่ต้องกลับเข้าฝั่งเลย
ได้ยาวนานถึง จุดจุดจุด วัน
โอ้ว.... ช่างสุดยอดจริง ๆ
(หมายเหตุ : จุดจุดจุด คือรายละเอียดไม่กล้าพูดถึง กลัวเป็นความลับระดับชาติ)
*****************************
ตัดภาพกลับมา ตอนที่ได้ดูด้านนอกตัวเรือ บนดาดฟ้าเรือ


เรือลำนี้ ไทยดัดแปลงจากต้นแบบเรือฝรั่ง โดยที่หัวเรือหลวงลำนี้ จะทำมุมเงย จุดจุดจุด องศา
(มันมาอีกแล้ว ไอ้ จุดจุดจุด)
เพื่อให้เครื่องบินรบรุ่น จุดจุดจุด สามารถใช้เป็นลานบินขึ้นได้ง่ายและประหยัดเชื้อเพลิง
ไม่ต้องใช้ไอพ่นบินขึ้นในแนวดิ่ง ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานอย่างมาก
ไทยเราช่างคิด เมก้าเครเวอร์นะเนี่ย


ปัจจุบัน มีเพียงเรือรบ 9 ลำทั่วโลกเท่านั้น
ที่มีเครื่องบินรบประจำอยู่ด้วย

และ
เมื่อก้มมองลงไปจากลานบินดาดฟ้าเรือหลวงจักรีนฤเบศร

ก็จะเห็นเรือสองลำนี้

เป็นเรือติดตั้งอาวุธหนัก ใช้ประกบข้างเรือรบหลวงจักรีนฤเบศร
มีหน้าที่ปกป้องเรือรบหลวงทั้งทางน่านน้ำ (จากเรือรบ เรือดำน้ำ) และ ทางท้องฟ้า (จากเครื่องบินรบ)
สมฉายา ปกป้องนภา พิทักษ์นาวา ครอบคลุมน่านน้ำผืนฟ้าแผ่นดินไทย
ที่สำคัญ เรามักคิดว่า เรือรบ มีไว้อวดแสนยานุภาพ
ประกาศศักดา เฉย ๆ

ซึ่งเป็นเรื่องเข้าใจผิด

เรือรบหลวงจักรีนฤเบศร
ได้เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลและแนวชายฝั่งมาตลอด
ทั้งเวลาเกิดพายุหนัก เกิดภัยพิบัติ รวมถึงเหตุการณ์สึนามิด้วย
โดยได้ช่วยเหลือผู้คนมาเป็นเวลานับสิบ ๆปีที่ผ่านมา
เรือหลวงของคนไทย ได้ช่วยเหลือคนไทย มากมายเหลือเกินแล้ว
V
V
สมดัง นามของเรือหลวงลำนี้
ซึ่งเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินของเราทรงพระราชทานนามให้ว่า
จักรีนฤเบศร
แปลว่า
ผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์จักรี
วันนี้....สมาชิก 8 คนของทริปนี้ได้รู้แล้วว่า
ความยิ่งใหญ่
ไม่จำเป็นต้องได้มาจากการใช้เรือหลวงในการประหัตประหารผู้ใด
หากแต่สามารถยิ่งใหญ่ได้
เมื่อเรือหลวงได้ทำหน้าที่ปกป้องพลเรือนของชาติให้ปลอดภัยด้วยเช่นกัน

**************************************
เยี่ยมชมเสร็จแล้ว ก็กล่าวคำขอบคุณพี่ทหารจากหัวใจจริง ๆ
รู้สึกรักทหารเรือขึ้นมาอีกมาก มาก มากเป็นสิบยี่สิบเท่า
และรู้สึกภูมิใจในตัวคุณตาของเรา (= พ่อของยายอุไร) ซึ่งก็เป็นทหารเรือมาก่อนอีกเยอะ ๆ ๆ ๆ
(ยายอุไร คงภูมิใจยิ่งกว่าใคร )
ของที่ระลึก ซึ่งตอนแรกไม่ได้ชายตามองเลย
หลังจากที่ได้รับรู้ความยิ่งใหญ่ทั้งหมดทั้งมวลแล้ว
ก็รีบปรี่ไปอุดหนุน ด้วยว่าเก็บความทรงจำดีดีนี้ไว้
ฉันรักประเทศไทยจริง ๆ

***********************************************
|