(079)*+เกาะส่วนตัว??+*
อัพแบบระแวง
วันนี้พี่2 twosons จะตามมาลาก link ไปอีกรึป่าวหว่า?
.......
.....
..
เอ๊ะ?
แต่เรื่องไปเกาะ เอกเคยอัพไปแล้ว คงไม่ตามมาอีก
....
....
เฮ๊ย
แต่ก็ไม่แน่ เพราะเรื่องเรือหลวงเมื่อวันก่อน ขนาดเอกอัพไปก่อน ก็ยังตามมาลากลิงค์ย้อนไปเลยนิ
- -
ระแวงง่ะ
ไม่ได้การ
ต้องเอารูปฉุ ๆ ของพี่ 2 มาลงเยอะ ๆ
จะได้ไม่กล้าลากลิ๊งค์มาอีก อิอิ
เอ๊ะ แต่ถ้าทำอย่างนั้น ก็เห็นรูปฉุ ๆของเราด้วยสิ
ได้ไม่คุ้มเสียวุ๊ย

[รูปประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา แค่อยากโชว์ว่ามานีทำผมป้าย]
เช้าวันต่อมา (9 พ.ค.51)
ดรีมทีมแหกขี้ตาตื่น

ยายอุไรจอมบงการ นัดแนะตั้งแต่เมื่อวานแล้ว บอกว่าวันนี้ให้ตื่นไปขึ้นเรือแต่เช้า
เหมือนเราเป็นลูกชาวเล ต้องออกหาปลาแต่ตรู่
วันนี้พวกเราไปตั้งต้นที่
พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย

เราจะนั่งเรือไปเกาะขามกันค่ะ
พี่ 1 (ป้าเอ๋) โฆษณาไว้อย่างหรูว่าเป็นเกาะของทหาร ใกล้ชิดธรรมชาติสุด ๆ
นั่งเรือยางไป
ดำดูประการัง ปั่นจักรยานรอบเกาะ ฯลฯ
เป่าหูน้อง 4 ตั้งแต่ยังอยู่เชียงใหม่
จนอิฉันต้องลงทุนหอบชูชีพลายน้องมิฟฟี่สุดที่รักจากเชียงใหม่ เอามาถึงสัตหีบเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

(เอกก็จะแย่งอยู่นั่น บอกว่าใช้น้องมิฟฟี่เสร็จให้ทิ้งไว้ที่บ้านเอก เรื่องไรกัน ไม่ให้ว๊อย)
อาวล่ะ
มาถึงก็เดิน ๆ ๆ ๆ

เดินจากลานจอดรถ จะไปขึ้นเรือที่ท่าเรือ ซึ่งต้องผ่านสะพานเหยียดยาวนี้ก่อน

แฮ่ก ๆ ๆ
ร้อนก็ร้อน ด้านในของชุดสีฟ้า ใส่ทูปิ๊ดไว้
ด้านนอกสามียังบังคับให้ใส่อิมิฟฟี่นี่อีก (เปลี่ยนคำนำหน้าจากน้องมิฟ เป็น อิมิฟ ไปแล้ว)
กำชับว่าให้ใส่ให้คุ้ม เพราะฮีอุตส่าห์แบกให้จากเชียงใหม่
นาทีนั้น ...ชักอยากยกอิมิฟฟี่ให้เอกขึ้นมาตะหงิด ๆแล้ว
ไปถึงปลายท่าเรือ
เจอรถถ่ายหนัง น้าโอ๊ะพยายามทำสวยสุดริด
แต่ไม่มีใครสนใจเลย

(ถอดอิมิฟออกเรียบร้อยแล้ว)


ไม่กี่นาทีต่อมา เราก็ได้รับข่าวร้าย
พายุจะเข้าเกาะขาม เดินทางไปได้ แต่อาจตายได้
(แล้วใครจะไป)
ดรีมทีมคอตก เดินผ่านสะพานอันยาวเหยียดกลับไป

สงสารป้าเอ๋ขาเดี้ยงมาก เริ่มกระเผลก ๆแล้ว
เอ๋บอก มาที่นี่สองครั้งแล้ว ยังไม่มีโอกาสได้ไปเกาะขามสักที
เดินกลับไปที่ศูนย์รับรองนักท่องเที่ยว
เค้ากวัก ๆเราเข้าฟังบรรยาย เราก็เข้าไปอย่างว่าง่าย
แล้วก็ได้รู้ว่า ยังมีอีกเกาะที่เราไปได้
นั่นคือ เกาะแสมสาร
(แม่เอก ถามว่า อ่านว่า แสม-สาร หรือ สะ-แหม-สาร)
แล้วการตื่นแต่ไก่โห่ ก็ไม่สูญเปล่า กร๊บกริ๊วววว
พวกเราซื้อตั๋ว เหมา 2,000 ไปเกาะแสมสารทันที
*********************
คราวนี้ออกเดินทางไปยังสะพานอีกครั้ง (ถือน้องมิฟฟี่ไว้อย่างหวงแหนตามเดิม)
น้าโอ๊ะน้ากฏ เดินลิ่วไปก่อนเลย
ไปเกาะ ๆ ๆ ๆ

แม้วหื่นเกาะเป็นพิเศษ ก็แถวบ้านไม่มีน่ะ
ยิ่งรู้ว่าเช้านี้ไม่มีกรุ๊ปไหนไปเกาะนอกจากเรา ยิ่งหื่นเกาะเข้าไปอีก
กะจะให้แม่เอกใช้กล้องโปร ยิงรูปเวดดิ้งให้เยอะ ๆเลย
กล้องคอมแพคของเรา เก็บใส่เป๋า เราห่างกันสักพักนะ
แม้วเดินไม่ได้ดูสถานการณ์อะไรทั้งนั้น
จนเกือบสุดท่าเรือ
หันกลับมาอีกที ทำไมไม่มีสมาชิกตามมาเลยหว่า
ครูฝึกดำน้ำ (พี่ทหาร) ก็ชวนขึ้นเรือเหยงๆ
เราบอกอีกสิบนาทีตามไปค่ะ จากนั้นส่งสายตาจิกสมาชิกในทีมให้เดินมาเร็วๆ
.
.
..
เอ๊ะ ทำไมไม่มีใครสบตาเราเลยอ่ะ
น้าโอ๊ะเริ่มเบื่อ บ่นถึงดรีมทีมกระปอดกระแปด
น้ากฏก็เริ่มเบื่อ ....เบื่อเมีย
สักพัก เห็นพี่กันโบกมือหยอย ๆให้กลับไป
สองน้าอีโก้สูงก็ไม่ยอมกลับ เรื่องไร ให้เดินกลับไปอีกครึ่งโลเนี่ยนะ
ชั้นรอพวกแกมาสมทบอยู่นี่ดีกว่า
น้องกันผู้น่าสงสาร ต้องลงทุนวิ่งมาราธอนมาบอกสองน้าว่า
น้องกายตกสะพาน
จ๊ากกกกกกกกก
คราวนี้สองน้าไม่อิดออด รีบพุ่งกลับไปทันที
ภาพที่เห็นลิบ ๆ คือ
ที่ศาลาช่วงต้นสะพาน ป้าเอ๋กำลังเอากาละมังใส่น้ำส่งให้เอก
ส่วนแม่เอก กำลังเอาผ้าชุบน้ำ ประคบน้องกายที่ร้องไห้จ้า กอดตัวแม่เอกไว้แน่น
เห็นลุงนาท กำลังเลี้ยวรถมาที่ศาลา
ซึ่งเดิมจอดไว้ที่ลานจอดรถ มารับน้องกายไปโรงพยาบาล
เห็นยายอุไรเดินมาคุยกับพี่กันให้เข้าใจสถานการณ์ว่าตอนนี้น้องเป็นยังไง และ เราจะทำอย่างไรต่อไป
เห็นทหารหลายคน วอเรียกกัน รายงานสถานการณ์ เสนอรถทหารให้ พร้อมสายตาเป็นห่วงกายมากๆ
มองเห็นตัวเองกับสามี ยืนทื่อ
ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดีไปกว่าการอยู่เงียบ ๆ
ไม่สอด ไม่โวยวาย ไม่ถามอะไร ให้ใครใจเสียไปกว่านี้
(แม้ว่าตอนนั้นอยากรู้มากว่าเรื่องไปยังไงมายังไง)
ไม่ถึงนาทีจากนั้น
ป้าเอกก็อุ้มน้องกายขึ้นรถลุงนาท มีน้องกันตามไปประกบแม่และน้อง
เอกบอกว่า ให้ดรีมทีมขึ้นเรือไปเที่ยวกันก่อนเลย
เด่ยวเอกจะพาลูกไปเอ๊กซ์เรย์ที่รพ.
หัวใจเธอคนนี้น่ากราบ ลูกเจ็บจะตายอยู่แล้ว ยังมีสปิริต เดอะโชว์ มัส โก ออน
แต่อารมณ์นั้น ใครจะยังอยากไป
ยังหันมามองหน้ากันว่า เอกพูดกับใคร
พูดกับดรีมทีมอย่างพวกเราน่ะหรือ ???
.
..
ไม่ครบเซ็ต ก็ไม่ใช่ดรีมทีม
ครอบครัวไม่ครบทีม ก็ไม่ใช่ครอบครัว
ตะโกนบอกเอกว่า ไม่ไปกันแล้ว ไม่เป็นไร
เดี๋ยวรอเอกอยู่นี่แหล่ะ
ตะโกนบอกเสร็จ ปิศาจในหัวเราเยาะเย้ยทันที
อด แล้ว
กิ้ว กิ้ว
อด ไป เกาะ ส่วน ตัว แล้ว
ตอนหลังตามไปรพ. ได้รู้ว่าน้องกายไม่เป็นไรจริง ๆ
คราวนี้แม้วยิ่งเสียดายหนัก ที่อดไปเกาะ
แปลว่าเรายังเป็นปุถุชน คนทั่วไปอยู่
ไม่ใช่พระรองในหนังเกาหลี ที่เสียสละได้โดยไม่มีเงื่อนไข อิอิ
ถึงจะเสียดาย ...แต่ต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้ เราก็คงเลือกอยู่ข้างเอกเหมือนเดิม ^^
ตัดภาพกลับมาที่ศูนย์รับรองนักท่องเที่ยว
เราคืนตั๋วเรียบร้อยแล้ว จนท.และพี่ทหารทุกคนน่ารักมาก
น้าโอ๊ะ กับน้ากฏ ฟังยายอุไร กับป้าเอ๋ เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ป้าเอ๋ขาเดี้ยง เล่าได้น่าสนใจมาก เหมือนละครเวที
มีสาธิตท่าตกของน้องกายด้วย
ป้าเอ๋บอกว่า เอกคอยดูโก๋กายตลอด
แต่ตอนนั้น แม่เอกหันไปบอกให้ป้าเอ๋ปิดซิบกระเป๋าเป้ให้แม่เอก
แว่บเดียวเท่านั้น น้องกายเอาหมวกปิดหน้า โชว์เดินให้ดู แล้วก็
ร่วงลงไปจากขอบสะพาน
ที่ระดับความสูง 2 เมตร จากน้ำทะเล
แต่ใต้สะพาน ไม่ใช่น้ำทะเล
เป็นหิน ล้วน ๆ
ป้าเอ๋กับแม่เอก ร้องลั่น ใจหายวาบ
ระหว่างวิ่งไปขอบสะพานคงจินตนาการไปแล้วล่ะว่า สภาพคงไม่ปกติเหมือนหกล้มทั่วไป
แต่สิ่งที่เห็น เหมือนปาฏิหารย์
น้องกายอยู่ในท่านั่ง ร้องไห้ เรียกแม่เอก
ป้าเอ๋กับแม่เอกจะโดดลงไปช่วย ก็ทำไม่ได้ สูงมาก
แต่ครูฝึก (พี่ทหาร) มาอย่างไว กระโดดลงไปหาน้องกาย
ขนาดพี่ทหารใส่คอมแบท กระโดดลงไปที่หินยังได้แผลฟกช้ำเลย
ถ้าป้าเอ๋ขาเดี๊ยงโดดลงไป คงต้องขอพี่ทหาร ไม่ต่ำ 4 คน แบกร่างป้าเอ๋ขึ้นมาแทน

ระหว่างที่รอฟังข่าวจากลุงนาท
มานีซึ่งใส่ชุดว่ายน้ำที่ป้าแฝดเย็บให้ เอาแต่ยืนมองทะเลจำลอง น้ำตานองหน้า
ไม่รู้ว่าเป็นห่วงน้องกาย หรือเป็นห่วงตัวเอง
ที่มาทะเลครั้งแรก แต่ยังไม่ได้เล่นน้ำทะเลสักที
เหตุการณ์จากนั้น ไม่มีอะไรมาก
ลุงนาทกับแม่เอก ไปรพ.แบบไม่พกมือถือ กระเป๋า และเป๋าตังค์
ลุงนาทจึงต้องกลับมาเอาตังค์ที่ป้าเอ๋ แล้วพาดรีมทีมที่เหลือไปรพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตต์
คุณหมอที่ตรวจน้องกายชื่อ คุณหมอสมปรารถนา
หลังจากเอ๊กซ์เรย์แล้ว พบว่า น้องกายสบายดี
จากการวิเคราะห์พบว่า
น้องกายโชคดีที่ใส่ชูชีพด้วย ตอนตกเลยกันกระแทกได้มาก
มีแค่แผลถลอกปอกเปิกเท่านั้น
บวกกับศรีษะ คงตกลงกระทบท่อยางที่ใต้สะพาน หัวเลยไม่กระแทกหิน
แต่ขนาดหัวไม่โดนหิน ฟันยังกระทบกันจนบิ่นเลย แปลว่าแรง G นี่น่ากลัวสุด ๆ
^^
เรื่องร้าย ๆ ผ่านพ้นไป
ดรีมทีมก็อยากเที่ยวต่อ

คราวนี้ไปเล่นน้ำทะเลที่หาดอะไรหว่า จำไม่ได้
กินอาหารทะเล อย่างเผ็ดร้อน
(ที่เผ็ดร้อน เพราะ น้าโอ๊ะนอนดึก จนเป็นร้อนใน กินอะไรก็ไม่อร่อย แอบเซ็ง)

กินเสร็จ ถอดชุด โชว์ทูปิ๊ด (ที่น้องมดอยากเห็น)
ใส่ทับด้วยชูชีพมิฟฟี่
ได้ยินเสียงดรีมทีมบางคนแว่วมาว่า
แล้วจะใส่ทูปิ๊ดมาทำไม ไม่เห็นอะไรเลย

[น้องมะนาวของแม่เอก แอบค้อนมานีของน้าโอ๊ะว่า ....ทำไมหล่อนมีชุดว่ายน้ำอยู่คนเดียว]
ดรีมทีมสลับกันลงเล่นน้ำครบทุกคน
แม้แต่ยายอุไร ที่ตอนแรกบอก ไม่ลง ไม่ลง
แต่สุดท้ายก็ลง ใส่ชุดว่ายไว้ข้างในแต่แรกแล้วด้วย เตรียมพร้อมนิ
ส่วนแม่เอกทำงานน้อย ไม่มีรูปเวดดิ้งของเราที่ทะเลเลย

ปีนี้เป็นปีแรก ที่น้าโอ๊ะใส่ชูชีพเล่นน้ำ
เพราะความจริงแล้ว บ้านเราว่ายน้ำแข็ง
อดีตสี่ดรุณีน้อยของยายอุไร ล้วนเป็นนักกีฬาว่ายน้ำทุกคน
แต่ที่ใส่ เพราะซื้อมิฟฟี่ |