(091)*+ครอบครัวเราเป็นเศรษฐี...+*
รวย!!!
[ในโลกแห่งเกมเศรษฐี]
เมื่อสัปดาห์ก่อน ไปยืนดูร้านขายของเล่นหน้าแมค ในคาร์ฟูร์
เห็นเค้าวางขายเกม Sanrio on Tour โชว์หน้าคิตตี้และผองเพื่อนหรา

เราก็ไปหยิบๆ จับๆ กล่องมาดู น่ารักน่าชัง ทำเหมื๊อนเหมือนซานริโอนะเนี่ย
(ยังไม่เชื่อว่าเป็นของลิขสิทธิ์)
คนขายก็บรรยายสรรพคุณ วิธีเล่นเกมร์อย่างนั้นอย่างนี้
ถามคนขายกลับไปว่า
สรุปมันคือเกมเศรษฐีใช่มั๊ยเนี่ย

คนขายสารภาพ.... แม่นแล้วเจ้า แต่ถ้าเรียกมันว่าเกมเศรษฐี เด็กรุ่นใหม่จะไม่รู้จัก
(ฉันแก่นี่เอง)
เผลอวูบไปเมื่อไร่ก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกที เราก็เดินหิ้วถุงพลาสติกใส่เกมเศรษฐีราคาร้อยกว่าๆ
กลับมาบ้าน
สามี งงงวย คงสงสัยว่านี่เมียจะวัยกลับไปได้ถึงกี่ขวบกันแน่
แต่คืนนั้น เราสองคนก็มาหย่อนก้นนั่งเล่นเกมกันแต่โดยดี

...แล้วเราก็ค้นพบว่า
เกมเศรษฐี เวอร์ชั่นซานริโอ อันมีมนุษย์เงินเดือนเป็นผู้เล่น
มันสร้างความสุข ความมันส์ ตื่นเต้น เร่าร้อน (ย้ำอีกที กำลังเล่นเกมอยู่นะ)
สนุกสนานมากมายยิ่งนัก

ได้ชิงไหวชิงพริบ
ซื้อที่ ซื้อบ้าน ซื้อโรงแรม เก็บค่าเช่ากับคู่ต่อสู้ผ่านช่วงรวย มีแบ๊งค์กาโม่เป็นหมื่นๆ

ผลัดมาสู่ช่วง
ขายบ้าน จำนองที่ดิน (ทำไมตอนเด็ก ๆอิฉันเล่นมันไม่มีกติกาจำนองที่ดิน แต่เวอร์ชั่นซานริโอนี้มีด้วย)
รับเงินเดือน เสียค่าการ์ดสถานการณ์
และมีช่วงที่แบ๊งค์กาโม่เหลือไม่ถึง 20 บาท
สูงสุด-ตกต่ำ-ฟื้นตัว-พอมี-เป็นหนี้-ได้ค่าเช่า พลิกผันไปมา
ฯลฯ
ปั๋วเมียนั่งเล่นเกม ตั้งแต่ 3 ทุ่ม ยันเที่ยงคืน
คือเล่นจนกว่าอีกข้างจะหมดตัว ล้มละลาย
ถึงจะถือว่าจบเกมส์
(ก่อนเล่น เอาการ์ดสถานการณ์ล้มละลายทิ้งไปก่อน จะได้เล่นมันส์ๆ)
สรุปว่า
เราสองคน เล่นไม่หยุด
ติดต่อกันมา 1 สัปดาห์แล้ว
............
.....
..
.
อารมณ์มันต่างจากที่ตัวเราเองเคยเล่นตอนเด็ก ๆ
เพราะตอนนี้เราใส่หัวใจของคนวัยทำงาน
มนุษย์เงินเดือนทำมะดา
ลองเล่นดูนะคะ
^__^
---------------------------------------------------------------------------------------
แถมท้ายด้วยรูปหมู่หมาใบไม้นิดนึง
จับปูใส่กระด้งคงง่ายกว่านี้

ตามที่พูดถึงน้ำโมโกนเท้า ซอยขน ในไดหน้าก่อน ล่าสุดโดนหม่อมมัมตัดขนที่หู
หน้าตาตล๊กตลก 5555
v
v


ปล.
รู้สึกไดจะสั้น
ไม่สมกับเป็นไดตัวเอง
งั้นเติมด้วยเนื้อหาที่มาจากฟอร์เวิร์ดเมลนิดนึง
เรื่องของคนคนหนึ่ง อดีตนศ.สถาบันเดียวกันกับอิฉันเอง (แต่อิฉันเกิดก่อน)
ไม่ขอเอ่ยนามของผู้ที่ถูกกล่าวถึงในเมล เพราะไม่รู้ว่าเรื่องนี้จริงแท้แค่ไหน
แต่เนื้อหาที่บรรยายนิยามความรักมันจับใจดี
เลยอยากให้โฟกัสไปที่ตรงนั้นมากกว่า
V
v
จำกันได้มั๊ยกับนายจุดจุดจุด ที่เป็นหมอฆ่าแฟนตาย ในคดีที่นายจุดจุดจุด ถูกตัดสิน นายจุดจุดจุดขอลดโทษโดยอ้างเหตุว่า ตนฆ่าแฟนเพราะความรักที่ตนมี จนไม่อาจหักห้ามใจให้แฟนไปมีคนใหม่ได้ จึงขอความปราณีจากศาลให้เห็นแก่ความรักของตน
ศาลฎีกาได้ให้เหตุผลไว้อย่างงดงาม ถึงความรักที่นายจุดจุดจุดอ้างว่ามีต่อแฟนของตน
ดังฏีกาข้างล่างนี้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คดีแดงที่ จุดจุดจุด/2546 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางจุดจุดจุด โจทก์ร่วม นายจุดจุดจุด จำเลย
ที่โจทก์ร่วมฎีกาว่า จำเลยควรได้รับโทษประหารชีวิต ศาลล่างทั้งสองไม่ควรลดโทษให้จำเลยเพราะคดีไม่มีเหตุบรรเทาโทษนั้น ล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น จึงต้องห้ามมิให้โจทก์ร่วมฎีกาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว
ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยถูกผู้ตายข่มเหงจิตใจอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม เพราะจำเลยกับผู้ตายมีความสัมพันธ์ฉันคนรัก แต่ผู้ตายต้องการเลิกความสัมพันธ์กับจำเลยไปมีรักกับผู้ชายคนใหม่ จำเลยจึงบันดาลโทสะฆ่าผู้ตายนั้น
เห็นว่า ความรักเป็นสิ่งที่เกิดจากใจไม่อาจบังคับกันได้
ความรักที่แท้จริงคือความปรารถนาดีต่อคนที่ตนรักความยินดีที่คนที่ตนรักมีความสุข การให้อภัยเมื่อคนที่ตนรักทำผิดและการเสียสละความสุขของตนเพื่อความสุขของคนที่ตนรัก
จำเลยปรารถนาจะยึดครองผู้ตายเพื่อความสุขของจำเลยเอง เมื่อไม่สมหวังจำเลยก็ฆ่าผู้ตาย
เป็นความคิดและการกระทำที่เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ของจำเลยโดยฝ่ายเดียว
มิได้คำนึงถึงจิตใจและความรู้สึกของผู้ตาย หาใช่ความรักไม่
ทั้งเป็นความเห็นผิดที่เป็นอันตรายต่อสังคมอย่างยิ่ง
ดังนี้ แม้จะฟังข้อเท็จจริงตามที่จำเลยฎีกาก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม กรณีไม่มีเหตุจะลงโทษจำเลยน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้
ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ ศาลจึงพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิต
อ่านไว้เป็นอุทาหรณ์สอนใจการใช้ชีวิตคู่ เพราะเรานั้นคู่กรรม เอ๊ย ... คู่กัน

**********************
|